หน้าแรก › คำถามที่พบบ่อย
ทุกคำถามที่คนสงสัยก่อนออกเดินทางไป Working Holiday ตอนใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น และตอนกลับบ้าน — คำตอบตรง ๆ ไม่มีศัพท์ราชการ เหมือนถามเพื่อนที่เคยไปมาแล้ว
คือวีซ่าที่ให้คุณไปใช้ชีวิต ท่องเที่ยว และทำงานหาเงินในต่างประเทศได้ชั่วคราว โดยทั่วไปราว 12 เดือน จุดต่างจากวีซ่าทำงานปกติคือวีซ่าไม่ผูกกับนายจ้างรายใดรายหนึ่ง — คุณเลือกงานเอง เปลี่ยนงานได้ ย้ายเมืองได้ สำหรับพาสปอร์ตไทย โปรแกรมที่เปิดอยู่ตามข้อมูลของเราคือวีซ่า Work and Holiday ของออสเตรเลีย (ซับคลาส 462) ในแอป PVTKit คุณเช็กเงื่อนไขทั้งหมดตามพาสปอร์ตของคุณได้เลย
ตามข้อมูลของเรา จุดหมายที่เปิดรับพาสปอร์ตไทยตอนนี้คือออสเตรเลีย ผ่านวีซ่า Work and Holiday (ซับคลาส 462): อายุ 18–30 ปี โควตา 2,000 ที่ต่อปี ค่าวีซ่า 840 AUD ข้อตกลงระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงได้เรื่อย ๆ และประเทศใหม่ ๆ ก็เพิ่มเข้ามาได้ แอปครอบคลุมข้อมูล 42 จุดหมายและแสดงสิทธิ์ตามพาสปอร์ตของคุณแบบอัปเดต ใช้ได้แม้ออฟไลน์
สำหรับพาสปอร์ตไทย ตามข้อมูลของเราคือ 18 ถึง 30 ปี (นับรวมอายุ 30) โดยทั่วไปอายุจะนับ ณ ตอนยื่นใบสมัคร ไม่ใช่วันเดินทาง — ถ้าคุณใกล้ 31 แล้ว การรีบยื่นให้ทันก่อนวันเกิดคือเรื่องสำคัญที่สุด ในแอป แต่ละจุดหมายแสดงเกณฑ์อายุที่ตรงกับพาสปอร์ตของคุณ
ตามข้อมูลของเรา วีซ่า Work and Holiday ออสเตรเลียอยู่ที่ 840 AUD แต่ค่าวีซ่าเป็นแค่ส่วนหนึ่งของงบทั้งหมด: ต้องบวกค่าประกันตลอดทริป ตั๋วเครื่องบิน และเงินในบัญชีที่ต้องโชว์อีก 5,000 AUD ตัวแปลงสกุลเงินในแอปช่วยตีตัวเลขพวกนี้กลับมาเป็นบาทให้เห็นภาพรวมง่ายขึ้น
คือจำนวนเงินขั้นต่ำที่คุณต้องโชว์ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าอยู่ได้ช่วงสัปดาห์แรก ๆ โดยยังไม่ต้องมีงาน สำหรับออสเตรเลีย ตามข้อมูลของเราคือ 5,000 AUD ปกติใช้สเตทเมนต์ธนาคารฉบับล่าสุดที่เป็นชื่อคุณเองก็เพียงพอ เตรียมไว้ให้พร้อมก่อนยื่นจะได้ไม่วุ่นทีหลัง
ขั้นต่ำตามเงื่อนไขคือเงินโชว์ 5,000 AUD บวกค่าวีซ่า 840 AUD และประกันที่ครอบคลุมตลอดการอยู่ ตามข้อมูลของเรา แต่ชีวิตจริงควรเผื่อมากกว่านั้น: ค่ามัดจำและค่าเช่าเดือนแรก ค่าเดินทาง และเงินกินอยู่ระหว่างหางาน การมีเงินเผื่อเหนือขั้นต่ำช่วยให้คุณไม่ต้องรีบคว้างานแรกที่เจอเพราะเงินหมด
ยิ่งแผนชัดยิ่งควรยื่นเร็ว: โควตาของคนไทยอยู่ที่ 2,000 ที่ต่อปีและเต็มได้ ระยะเวลาพิจารณาตามข้อมูลของเราคือ 5–11 สัปดาห์ และวีซ่าครั้งแรกต้องยื่นจากนอกออสเตรเลีย อย่าลืมบวกเวลาขอหนังสือรับรองจากทางการไทย รวบรวมหลักฐานการเงินและประกันด้วย เผื่อเวลาไว้หลายเดือนเท่ากับคุณได้เลือกวันเดินทางเอง ไม่ใช่ถูกบังคับเลือก
คือจำนวนวีซ่าที่ประเทศปลายทางให้กับผู้สมัครแต่ละสัญชาติต่อปี สำหรับคนไทยฝั่งออสเตรเลีย ตามข้อมูลของเราคือ 2,000 ที่ต่อปี ถ้าโควตาเต็มก็ต้องรอรอบถัดไป นี่คือเหตุผลว่าทำไมการยื่นตั้งแต่ต้นรอบถึงได้เปรียบ
เป็นหนึ่งในเงื่อนไขของวีซ่า 462 สำหรับผู้สมัครชาวไทยตามข้อมูลของเรา: ต้องมีหนังสือสนับสนุนจากทางการไทยประกอบการยื่น ขั้นตอนนี้มีเวลาดำเนินการของตัวเองและมีเอกสารที่ต้องเตรียม จึงควรเริ่มก่อนขั้นตอนอื่น เช็กลิสต์เตรียมตัวในแอปเรียงลำดับให้ว่าอะไรควรทำก่อน-หลัง
ตามข้อมูลของเรา วีซ่า 462 กำหนดให้ผู้สมัครมีวุฒิการศึกษาระดับที่กำหนดหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่า ควบคู่กับเงื่อนไขภาษาอังกฤษ เตรียมเอกสารรับรองวุฒิให้พร้อม และถ้าเอกสารเป็นภาษาไทย เผื่อเวลาแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย
เงื่อนไขตามข้อมูลของเราคือภาษาอังกฤษระดับใช้งานได้ (functional English) — ไม่ได้ต้องเป๊ะเวอร์ แต่ต้องแสดงหลักฐานได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด อีกมุมที่สำคัญกว่า: เมื่อไปถึงจริง ภาษาคือตัวกำหนดว่างานแบบไหนเปิดให้คุณบ้าง เริ่มฝึกก่อนบินคือการลงทุนที่คุ้มที่สุดอย่างหนึ่ง
หลายจุดหมายขออย่างใดอย่างหนึ่ง: ตั๋วขากลับ หรือหลักฐานว่ามีเงินพอซื้อได้ และอาจถูกตรวจตอนขาเข้า เก็บหลักฐานนี้ไว้ให้หยิบได้ทันที กระเป๋าเอกสารในแอปเก็บตั๋วและเอกสารยืนยันแบบออฟไลน์ ต่อให้ที่สนามบินไม่มีสัญญาณก็เปิดดูได้
ส่วนใหญ่แล้วจำเป็น — และมักต้องครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่อยู่ รวมค่ารักษาในโรงพยาบาล บางกรณีรวมการส่งตัวกลับประเทศด้วย บางประเทศตรวจใบรับรองตอนยื่นหรือตอนขาเข้า เช็กเงื่อนไขของจุดหมายคุณให้ชัดก่อนซื้อ แล้วเก็บใบรับรองไว้กับเอกสารเดินทางเสมอ
ไปเป็นคู่ได้: แต่ละคนยื่นใบสมัครของตัวเอง ไม่มีวีซ่าแบบคู่ และผลอาจออกไม่พร้อมกัน ส่วนเรื่องลูก ตามข้อมูลของเรา วีซ่า 462 กำหนดว่าต้องไม่มีผู้ติดตามที่อยู่ในความดูแลระหว่างถือวีซ่า วางแผนเรื่องนี้ให้ชัดก่อนตัดสินใจสร้างโปรเจกต์ร่วมกัน
ไล่ดูสัญญาทั้งหมดของคุณ: ค่าโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ตบ้าน ฟิตเนส ประกันรถหรือที่พัก สัญญาเช่าและระยะเวลาบอกเลิก รวมถึงจัดการเรื่องเอกสารสำคัญที่อาจมาถึงระหว่างคุณไม่อยู่ ถ้ามีคนต้องทำธุระแทน เตรียมมอบอำนาจไว้ด้วย เช็กลิสต์ขาออกในแอปไล่เรื่องพวกนี้ให้ทีละข้อ จะได้ไม่มีอะไรตกหล่น
ได้ และนั่นคือหัวใจของวีซ่านี้เลย: วีซ่าของคุณไม่ผูกกับนายจ้าง แต่ออสเตรเลียมีเพดานตามข้อมูลของเรา คือทำงานกับนายจ้างรายเดิมได้ไม่เกิน 6 เดือน ครบแล้วก็แค่ย้ายไปที่ใหม่ ซึ่งหลายคนมองเป็นข้อดี — ได้ลองงานหลายแบบ หลายเมือง
ได้แบบมีกรอบ: ตามข้อมูลของเรา ออสเตรเลียให้เรียนได้สูงสุด 4 เดือน คอร์สภาษาสั้น ๆ จึงไปได้สบาย แต่ถ้าเป้าหมายคือเรียนยาวหรือเอาวุฒิ อันนั้นต้องเป็นวีซ่านักเรียนตั้งแต่แรก
โดยทั่วไปทำได้ระหว่างวีซ่ายังไม่หมดอายุ แต่จำไว้ว่านาฬิกาวีซ่าปกติเดินต่อแม้ตอนคุณออกไปเที่ยวประเทศข้างเคียง เช็กเงื่อนไขการเข้า-ออกของวีซ่าคุณให้ชัดก่อนกดจองทริป
ชุดคลาสสิกคือ: เลขผู้เสียภาษี บัญชีธนาคารท้องถิ่น ที่พัก และซิมมือถือ เรียงลำดับดี ๆ จะช่วยกันเองด้วย เช่น มีที่อยู่ก่อนมักเปิดบัญชีง่ายขึ้น เช็กลิสต์เมื่อมาถึงในแอปแยกขั้นตอนตามประเทศ ติ๊กได้ทีละข้อ และใช้แบบออฟไลน์ได้ทั้งหมด
จัดการให้เร็ว เพราะบัญชีท้องถิ่นมักจำเป็นต่อการรับเงินเดือน โดยทั่วไปใช้พาสปอร์ตพร้อมวีซ่า บางแห่งขอหลักฐานที่อยู่หรือเลขผู้เสียภาษีเพิ่ม ซึ่งต่างกันไปตามธนาคาร การมีสแกนเอกสารครบอยู่ในกระเป๋าเอกสารของแอป ช่วยให้วันนัดจริงไม่ต้องวิ่งหากระดาษสักใบ
แจ้งความกับตำรวจท้องถิ่นก่อน แล้วติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ใกล้ที่สุดเพื่อขอเอกสารเดินทางทดแทน การมีสำเนาเอกสารช่วยให้ทุกขั้นตอนเร็วขึ้นมาก และนี่คืองานของกระเป๋าเอกสารในแอปโดยตรง: สแกนของคุณเปิดดูได้แบบออฟไลน์ แม้ไม่มีสัญญาณเลย
ต้อง — ทันทีที่มีรายได้ คุณเสียภาษีเหมือนคนทำงานท้องถิ่น มักหักจากเงินเดือนโดยตรง เก็บสลิปเงินเดือนทุกใบและเอกสารสรุปรายปีไว้ให้ครบ เพราะต้องใช้ยื่นภาษีที่นั่น และบ่อยครั้งใช้ขอเงินภาษีส่วนเกินคืนหลังคุณออกจากประเทศแล้ว
วีซ่าประเภทนี้ปกติอยู่ที่ 12 เดือนและไม่มีการต่ออายุตรง ๆ แต่ข่าวดีสำหรับพาสปอร์ตไทยคือ ตามข้อมูลของเรา ออสเตรเลียเปิดทั้งวีซ่าปีที่สองและปีที่สาม เงื่อนไขหลักของปีสองคือทำงานประเภทที่กำหนด (specified work) ให้ครบ 88 วันระหว่างปีแรก ถ้าคิดจะอยู่ยาว วางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เลย
ปรับเรซูเม่เป็นฟอร์แมตท้องถิ่น เล็งสายงานที่รับคน Working Holiday เยอะ — ร้านอาหารโรงแรม เกษตรและงานฤดูกาล ค้าปลีก ท่องเที่ยว — แล้วเดินเข้าไปยื่นเอง วิธีนี้ยังเวิร์กมากในวงการพวกนี้ ที่เหลือคือเครือข่าย: รูมเมท เพื่อนนักเดินทาง นายจ้างเก่า แผนที่ออฟไลน์ในแอปช่วยคุณสำรวจจุดที่เป็นประโยชน์รอบตัว
ยื่นแบบแสดงรายการภาษีในประเทศที่คุณทำงาน — ส่วนใหญ่ทำได้แม้ออกจากประเทศมาแล้ว และถ้าคุณทำงานแค่บางส่วนของปีภาษี โอกาสได้เงินคืนมีสูง สิ่งที่ต้องใช้คือสลิปเงินเดือนและเอกสารสรุปรายปีจากนายจ้าง เช็กลิสต์ขากลับในแอปไล่ขั้นตอนพวกนี้ให้เป็นรายประเทศ
ไม่จำเป็นต้องหาย: ในออสเตรเลีย นายจ้างจ่ายเงินสมทบเกษียณเข้ากองทุนแยกในชื่อคุณ และเมื่อคุณออกจากประเทศแบบถาวรและวีซ่าสิ้นสุดแล้ว โดยทั่วไปสามารถยื่นขอคืนได้ตามเงื่อนไข จุดร่วมของทุกกรณีคือ ต้องมีหลักฐาน — เก็บสัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน และเอกสารกองทุนไว้ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี
เปิดใช้สิ่งที่คุณพักไว้ก่อนไป อัปเดตสถานะกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเช็กเงื่อนไขภาษีเกี่ยวกับรายได้จากต่างประเทศตามกติกาปีนั้น ๆ นี่คือช่วงที่คนประเมินต่ำที่สุดของทั้งทริป เช็กลิสต์ขากลับในแอปหั่นมันเป็นขั้นตอนที่จับต้องได้ทีละข้อ
มองตามจริง: ตัววีซ่าเองไม่ใช่เส้นทางสู่การย้ายถิ่นถาวร แต่ประสบการณ์ทำงานในประเทศนั้น ๆ มีน้ำหนักในช่องทางอื่นได้ เช่น วีซ่าระบบคะแนน หรือการมีนายจ้างสปอนเซอร์ ทั้งหมดขึ้นกับกติกาของแต่ละประเทศ ไม่มีอะไรอัตโนมัติ — ศึกษาเกณฑ์จริงของประเทศที่เล็งไว้ก่อนวางแผนทับลงไป
นำเสนอเป็นประสบการณ์ทำงานต่างประเทศ ไม่ใช่ปีแห่งการพักร้อน: ตำแหน่งที่ทำ ความรับผิดชอบ ภาษาที่ใช้ทำงานทุกวัน และความสามารถในการดูแลตัวเอง ใส่ตัวเลขที่วัดได้ — ระยะเวลา ขนาดทีม จำนวนลูกค้าที่ดูแล ถ้าเล่าด้วยข้อเท็จจริงแทนคำกว้าง ๆ มันคือตัวสร้างความต่างของจริง
สำหรับพาสปอร์ตไทย ได้จริงตามข้อมูลของเรา: ออสเตรเลียเปิดให้ขอวีซ่าปีที่สอง ถ้าคุณทำงานประเภทที่กำหนดครบ 88 วันในปีแรก และยังมีปีที่สามต่อได้อีกตามเงื่อนไขเพิ่มเติม ข้อเดียวที่ต้องจำ: อายุต้องยังอยู่ในช่วง 18–30 ตอนยื่นแต่ละครั้ง ในแอป เงื่อนไขวีซ่าปีสองแสดงไว้คู่กับข้อมูลจุดหมายเลย
หลายปีแบบไม่ต้องลังเล: สลิปเงินเดือน เอกสารภาษี สัญญาจ้าง และหลักฐานการพำนัก ยังต้องใช้อีกในการยื่นภาษีย้อนหลัง การขอคืนเงินสมทบเกษียณ หรือการขอวีซ่าครั้งถัดไป สแกนเก็บไว้ในกระเป๋าเอกสารของแอป แล้วมันจะเปิดอ่านได้แบบออฟไลน์ไปอีกนานหลังคุณกลับบ้าน
ทุกขั้นตอนเหล่านี้ เรียงตามลำดับและติ๊กออกได้แม้ออฟไลน์ อยู่ครบในแอป — ฟรี ในภาษาของคุณ
ดาวน์โหลดแอป — ฟรี